สถานที่ในเมืองที่คนชอบไปถ่ายรูปกัน

แม้ว่าในเมืองอย่างกรุงเทพฯ บ้านเรานั้นจะจัดได้ว่าเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างแออัดและมีความเจริญทางด้านเทคโนโลยีอยู่ค่อนข้างสูง แต่ด้วยความสวยงามที่ลงตัวของความงดงามด้วยอารยธรรมบวกกับเทคโนโลยีการพัฒนาต่างๆ ก็ส่งให้มีหลากหลายสถานที่ในเมืองที่เป็นมุมน่าถ่ายรูป มาดูกันว่าสถานที่ในเมืองที่คนชอบไปถ่ายรูปกันนั้นมีที่ไหนบ้าง 1. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ – ถือเป็นสถานที่สุดฮิตอันดับต้นๆ ที่คนหลงใหลในการถ่ายรูปจะต้องยึดเป็นแลนด์มาร์คในการถ่ายรูป เพราะด้วยความสวยงามของการตกแต่งพื้นที่ในกาใช้โกดังเก่ามาทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ประกอบกับร้านค้าที่มีการประดับประดาสินค้าต่างๆ อย่างสวยงาม การตกแต่งภายในสถานที่แห่งนี้ทั้งไฟหรือเครื่องประดับตกแต่งอื่นๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีสไตล์ ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ก็เป็นอีกจุดที่น่าสนใจไม่น้อย และความคลาสสิกก็คือการได้ถ่ายรูปริมน้ำเจ้าพระยา ต้องบอกว่าที่นี่คือสวรรค์ของนักถ่ายรูปอย่างแท้จริง 2. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม – หรือวัดพระแก้วที่เรารู้จักกันดี นี่คือความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทยที่ไม่ว่าจะชาวไทยหรือชาวต่างชาติเองต่างก็ต้องมาเก็บภาพความสวยงามของสถานที่แห่งนี้ เรียกว่าแค่เห็นการตกแต่งและสถาปัตยกรรมต่างๆ ก็ไม่ต้องบอกอะไรมากแล้วว่ามีความสวยงามมากขนาดไหน ยิ่งเป็นช่วงกลางคืนที่มีไฟส่องด้วยยิ่งให้ความงดงามได้อีกหลายเท่าตัว 3. วัดอรุณราชวราราม – หากจะพูดถึงวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความสวยงามและมีความโดดเด่นต่อการถ่ายรูปมากที่สุดคงหนีไม่พ้นวัดอรุณฯ ซึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของนักถ่ายรูปย่อมหนีไม่พ้นการหามุมสวยๆ เพื่อที่จะถ่ายพระปรางค์วัดอรุณฯ เหมือนกับเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเราได้มาเหยียบพื้นที่บริเวณนี้แล้วเป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่จะเวลากลางวันหรือกลางคืนก็มีความสวยงามไม่ต่างกันเลย 4. ทางเชื่อมบีทีเอสช่องนนทรี – ดูเผินๆ อาจจะมองว่าที่นี่ก็เป็นแค่ทางเชื่อมธรรมดา แต่ความไม่ธรรมดามันอยู่ตรงที่ โครงเหล็กโค้ง ที่สร้างความแตกต่างและทำให้กลายเป็นแลนด์มาร์คกลางกรุงสำหรับการถ่ายรูปได้ไปในพริบตา ทั้งการถ่ายพรีเวดดิ้ง หรือการถ่ายทำต่างๆ ก็มีคนเลือกใช้สถานที่บริเวณนี้มาแล้วด้วยกันทั้งสิ้น เรียกว่า ธรรมดาแต่มีคุณค่าสุดๆ 5. เซ็นทรัลเวิลด์ – หากเป็นช่วงเทศกาลที่มีการประดับประดาไฟและสีสันต่างๆ สถานที่แห่งนี้จัดว่าเป็นสถานที่ที่มีคนต้องการมาถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้

วิวัฒนาการกล้องถ่ายรูปที่หลายคนอยากรู้

กล้องถ่ายรูปถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการใช้บันทึกเรื่องราวต่างๆ ให้เก็บไว้ในภาพถ่ายเพื่อเป็นความทรงจำในช่วงเวลาอดีตที่ผ่านมาว่า ครั่งหนึ่งเราได้เคยมีโอกาสทำอะไร ที่ไหน อย่างไร หรือบันทึกช่วงเวลาที่บางครั้งเราอาจจะลืมเลือนมันไปทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจก็ตาม ซึ่งถ้าหากพูดถึงกล้องถ่ายรูปก็คงต้องย้อนอดีตกันไปไกลสักหน่อยถึงวิวัฒนาการของกล้องถ่ายรูปจนถึงปัจจุบันนี้ จุดเริ่มเรื่องของกล้องถ่ายรูปคือต้องการที่จะเก็บบันทึกสิ่งต่างๆ ที่เคยได้เห็นหรือสัมผัสเอาไว้ อุปกรณ์ที่ใช้ในยุคเริ่มแรกถูกเรียกว่า camera abscure แปลความหมายได้ว่า ห้องมืด โดยความตั้งใจก็คือห้องที่ถูกทำให้เป็นสีดำ หรือพื้นที่ที่ถูกเจาะให้เป็นรูเล็กๆ แสงก็จะถูกผ่านเข้ามาทางรูก่อนจะฉายภาพกลับหัวไปยังกำแพง กำแพงเองก็จะสะท้อนสีที่มีแสงสว่าง ซึ่งเมื่อมองไปที่ภาพเหล่านั้นเราเองก็สามารถจินตนาการอะไรต่างๆ นานาได้อย่างมากมายเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับบุคคลที่มีนามว่า โจเซฟ-นิเซเฟอร์ นิพเช่ เขาคือนักพิมพ์ภาพบนแผ่นหินและวัตถุเรียบอื่นๆ ชาวฝรั่งเศส แม้เขาไม่ใช่ศิลปินแต่เขาก็มีดีพอในเรื่องของความฉลาดและความช่างคิด เขาพยายามสร้างความสมบูรณ์แบบในเรื่องนี้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแนวคิดในการที่จะผลิตกล้องถ่ายรูปขึ้นมา อันที่จริงในเรื่องของการถ่ายภาพนั้นมีความคิดที่ถูกสร้างขึ้นจากคนยุคก่อนนมนานมากๆ แล้ว จากหลักฐานที่ปรากฏเคยยืนยันเอาไว้อย่างนั้น อาทิ อริสโตเติล ที่เป็นสุดยอดนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งเคยบันทึกเอาไว้ว่า หากเราปล่อยกระดาษให้เข้าไปทางช่องเล็กๆ ในห้องมืด จากนั้นถือกระดาษขาวให้ห่างจากช่องรับแสงประมาณ 15 ซม. จะปรากฏภาพบนกระดาษในลักษณะกลับหัว ต่อมา วิลเลี่ยม เฮนรี่ ทาลบอท ได้ทำการพัฒนาระบบที่เรียกว่า คาโลไทป์ เป็นการสร้างภาพจากการบันทึกให้เป็นภาพกลับสี และได้มีการสร้างสำเนาให้เป็นภาพสีเหมือนจริง ซึ่งก่อนหน้านั้นได้มีการผลิตกล้องที่เรียกว่า ออบสคิวร่า ขึ้นมาก่อน ต่อมาก็เริ่มมีการคิดค้นระบบ คอลโลเดียน ใช้แผ่นรับภาพแบบแห้ง ใช้เวลาเพียง 2-3

เลือกเลนส์ให้เหมาะสมกับภาพ เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามที่สุด

อย่างแรกเลยคือเราต้องรู้ก่อนว่าเราต้องการที่จะถ่ายภาพแบบไหน อย่างอยากได้ภาพที่รับรู้แสงที่มากขึ้นหรือลดความสั่นไหวของภาพ หรือต้องการใส่ทุกอย่าลงไปในภาพก็ต้องใช้เลนส์ทางยาวโพกัสที่กว้างขึ้นประมานนี้  มีอีกวิธีหนึ่งก็คือต้องคำนึกถึงภาพที่เราจะถ่ายอย่าง เช่น ถ่ายภาพสถาปัตยกรรม เลนส์ทิสต์แอนด์ซิฟต์หรือเลนส์มุมกว้างทางยาวโฟกัสเดี่ยวที่มีดิสทอร์ชั่นน้อย ที่ทางเลือกที่น่าสนใจ อย่างภาพนก ก็เลือกเลนส์เทเลซูมที่มีการทำงานลดการสั่นของภาพ คือต้องการเลนส์ที่ลดการสั่นของภาพหรือไม่ เพราะสำหรับเลนส์ลดการสั่นของภาพความแก้ไขได้โดยการใช้ขาตั้งกล้อง ประโยชน์จริงๆของการถ่ายภาพแนวนี้คือ สามารถใช้มือถือในการช่วยถ่ายภาพได้ด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำกว่าปกติได้สูงสุดถึง 4 สเตอป หากต้องการถ่ายภาพที่มีความเร็ว 1/400 วินาที เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด ต้องทำการถ่ายภาพ ที่ 1/25 วินาทีแทนได้ ต้องการเลนส์เดียวหรอเลนส์ซูม สิ่งที่ควรรู้ไว้สำหรับเลนส์เดี่ยวจะมีดิสทอร์ชั่นน้อยกว่าเลนส์ซูม โดยวัดที่ช่วงทางยาวโพกัสเท่ากัน และความคอมชัดของภาพที่ถ่ายจะคมชัดขึ้นอยู่กับทางยาวโฟกัสแต่ละช่วง เล่นซูมลองเข้าไปตรวจ EXF DATA ถ้าพบความเลนส์ภาพที่มีช่วงโพกัสยาวที่สุดเลนส์ยาวโพกัสเดียวอาจตอบโจทย์ได้ดีกว่า รูรับแสงเดี่ยวหรือไม่  รู้รับแสงเดียวที่กว้างมันจะมีประโยชน์มากที่ถ่ายเพราะจะมาช่วงโพกัสยาวสุดของเลนส์ซูม แต่เพราะว่าราคามันสูงจึงเป็นปัญหาในการเลือกซื้อมาใช้ ส่วนเล่นที่รับแสงกว้างสุดก็คงที่ F4 ซึ่งก็มีราคาไม่แพงตำกว่าเลนส์รับรู้แสงคงที่ F2.8 อีกทั้งยังมีตัวเลือกที่มากกว่า เลนส์แนวนี้จะมีมากในกล้องฟูลเฟรม แค่โดยรวมๆแล้วก็ต้องแล้วแต่ความชอบสไดล์ในการถ่ายของแต่ละคนว่าชอบที่จะให้ภาพออกมาแบบไหนเราสามารถลองเลนส์ได้ขึ้นอยู่กับกำลังเงินและความชอบส่วนตัว

สำหรับมือใหม่ยังไม่รู้จะเลือกซื้อกล้องแบบไหนลอง Mirrorless ดูไหม?

Mirrorless เป็นกล้องที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตอนนี้นอกจากการที่เป็นกล้องที่มีความเล็กกระทันรัดแต่ในเรื่องของคุณภาพที่สูงจึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเทียบกับกล้องในตระกูลกล้อง DSLR ได้สบายๆ ซึ่งเชื่อว่ามาหลายๆคนที่กำลังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกซื้อตัวไหนดี วันนี้เลยจะมานำกล้องรุ่นต่างๆ หวังจะเป็นแนวทางในการเลือกซื่อกล้องให้สำหรับผู้อ่านไม่มากก็น้อย ปัจจัยหลักๆในการเลือกซื้อกล้องมีดังต่อไปนี้ ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักกับเจ้า Mirrorless ก่อน โดยชื่อเต็มๆของเจ้ากล้องตัวนี้คือ Mirrorless Interchangeable-Lens Camera (MILC) หรือง่ายๆ คือกล้องที่เปลี่ยนเลนส์ได้ แต่ไม่มีกระจก แล้วไอ้ที่มีกระจกมันคืออะไรหลายๆคนคงสงสัย ซึ่งนั้นผมจะต้องอ้างอิงถึงเจ้าตัว DSLR ที่เป็นกล้องที่มีตัวสะท้อนภาพเป็นกระจก โดนการทำงานของมันก็จะเป็นการสะท้อนภาพที่เราถ่ายมาช่องภาพกระจกเข้าหาดวงตาของเรา โดยตัวที่เราพูดถึงอยู่คือ Mirrorless จะไม่มีในส่วนนี้ แต่จะแสดงภาพเป็นอิเล็กทรอนิกส์แทนเท่านั้นเอง หลายคนอาจจะสงสัยว่าไม่มีกระจกมันดีหรือไม่ดีอย่างไร เอาแบบเข้าใจง่ายๆเลยนะครับการที่ไม่มีกระจกจะทำให้ตัวกล้องมีขนาดที่เล็กลง สะดวกในการพกพา  บางคนให้ความสำคัญกับเรื่องขนาดมากลองคิดว่าต้องเดินไปไหนมาไหนหรือเดินทางการพกกล้องที่มีขนาดเล็กก็ต้องง่ายกว่าอยู่แล้วนี้เป็นเหตุหลักที่ทำให้กล้องตัวนี้ขายดีมาก และข้อดีที่สำคัญสำหรับการไม่มีกระจก คือเราจะสามารถที่จะนำเลนส์ต่างๆของหลายๆค่ายมาเปลี่ยนใช้ได้ จำพวกเลนส์มือหมุนก็สามารถใช้ได้ ผ่าน Adapter ซื้อจะแสดงผลออกมาได้อย่างรวดเร็วแบบอิเล็กทรอนิกส์ถ้าเราปรับเปลี่ยนการตั้งค่าของกล้อง เรื่องของราคาและงบประมานในการซื้อ สำหรับกล้อง Mirrorless ก็ถือว่ามีราคาสูงแต่ก็ถ้าดูรวมๆเรื่องคุณภาพแล้วก็ถือว่าคุ่มราคา ขนาดของเซนเซอร์ ถือว่าสำคัญไม่น้อยสำหรับคนที่ทำงานจากไฟล์ เพราะถ้าต้องการภาพที่ละเอียดมีมิติมากขึ้นขนาดก็เป็นส่วนสำคัญ ขนาดของเซนเซอร์มีตั้งนี้ Medium Format > Full Frame > APS-H > APS-C

กล้องคู่ใจนักถ่ายภาพยอดนิยม

สำหรับนักถ่ายภาพที่ต้องเดินทางไปไหน ก็ต้องมีกล้องคู่ใจติดตัววันนี้ผมจึงจะมาเล่นนำสุดยอดกล้องสำหรับนักถ่ายภาพมือใหม่และระดับโปรที่ได้คัดสรรมาแล้วว่าเป็นกล้องที่ได้รับความนิยมมีดั้งต่อไปนี้ Ricoh GR Ricoh GR เมื่อในยุคที่ฟิล์มมีได้รับความนิยม นักถ่ายภาพส่วนใหญ่ก็จะพกแต่กล้องตัวนี้ออกไปไหนมาไหน ด้วยรูปทรงและขนาดที่หนากว่าลักฟิล์มไม่มากและเลนส์ 28 มม.ตัวนี้เป็นตัวที่มีคุณภาพมากที่สุดของรุ่น Ricoh มีไอเดียนำออฟติคัลนี้มาใส่ไว้ในกระบอกเลนส์สำหรับใช้ร่วมกับกล้องเรนจ์ไฟน์เดอร์ Leica ก็สามารถที่จะผลิตกล้องที่มีความสามารถที่ใช้เลนส์ขนาดใหญ่ขึ้นและสามารถที่จะปรับมุมรับภาพได้เท่ากับ28 มม. ซึ่งเป็นการนำเอาเทคโนโลยีเก่ากลับมาใช้ใหม่ ซึ่งถือว่ายังสามารถใช้ได้ดี ตัวนี้ใช้เซ็นเซอร์ APS-C 16  ล้านพิกเซล เลนส์ 28 มม. ถ่ายวีดีโอ HD Olympus TG-3 Olympus TG-3  สำหรับกล้องตัวนี้ต้องบอกเลยว่าใช้เซ็นเซอร์ขนาด Poin and Shoot ที่มีความกระทันรัด แต่ในเรื่องของคุณภาพนั้นไม่เล็กตาม เพราะหลักของกล้องนี้คือมีความทนทานต่อแรงกระแทก ความเย็น ฝุ่น และที่สุดยอดที่สุดก็คือสามามารถกันน้ำได้ถึง 50 ฟุต โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เฮ้าซิ่ง  เพราะบางที่ภาพที่สวยอาจจะมาในตอนที่เราไม่ได้ตั้งตัวตั้งใจถ่ายก็เป็นได้ กล้องตัวนี้ เซ็นเซอร์ 16 ล้านพิกเซล เลนส์ 25-100 มม. F2.0 จอ OLED