สาระน่ารู้

เทคนิคการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลออย่างไรให้สวย??

ในโลกยุคปัจจุบันนี้ใครๆก็ต่างอยากมีรูปสวยๆไว้อวดในโซเชียลกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรูปอาหาร รูปคน หรือรูปสิ่งของ ซึ่งเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอดนั่นคือการถ่ายรูปในลักษณะ “หน้าชัดหลังเบลอ” ยิ่งถ้าพื้นหลังละลายได้มากเท่าไหร่ภาพยิ่งออกมาดูคูลมากขึ้น วันนี้เรานำเทคนิคการถ่ายรูปแบบหน้าชัดหลังเบลออย่างไรให้ออกมาดูดีแบบง่ายๆ

  1. การตั้งค่ารูรับแสง (ค่า f) : ยิ่งตั้งค่าเลขน้อยมากเท่าไหร่ จะยิ่งได้ภาพเบลอมากขึ้น ส่วนใหญ่ก็จะตั้งค่าอยู่ที่ 4/f1.8 ถ้าเป็นการเลือกโหมดในกล้องก็คือโหมด A มาจาก Aperture หรือช่องรูแสงนั่นเอง แต่ถ้าคุณเป็นคนเล่นกล้องอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นกล้อง DSRL หรือ Mirror less ควรซื้อเป็นเลนส์แยกจะได้ภาพที่เบลอสมใจมากกว่า อาจต้องทำใจไว้ด้วยว่าราคาก็แรงพอสมควรเหมือนกัน ซึ่งความเป็นจริงแล้วกล้องธรรมดาหรือแม้แต่กล้องในสมาร์ทโฟนเอง ก็สามารถเลือกค่าของรูรับแสงได้ด้วยเหมือนกัน
  2. วางแบบใกล้กล้อง เหลือพื้นที่ข้างหลัง : ถือว่าเป็นหลักแบบเบสิก เพราะถ้าต้องการให้ฉากหลังจุดที่ต้องการโฟกัสละลาย สามารถทำได้ด้วยการนำวัตถุไปตั้งไว้ในที่โล่งๆ ห่างออกจากกำแพงหรือบริเวณที่จะถูกจำกัดพื้นที่ในการเบลอ กะระยะห่างระหว่าง 3 อย่างคือ ฉากหลัง/กล้อง/วัตถุ ให้มีความสัมพันธ์กันกับ “ความเบลอ”ยิ่งสามารถตั้งห่างจากกันได้มากเท่าไหร่ ความเบลอที่ได้ก็เพิ่มขึ้นมากด้วยเช่นกัน
  3. ซูมใกล้ๆ : ด้วยการซูมกล้องให้เข้าใกล้วัตถุ ตามศัพท์ของวงการคนเล่นกล้องเค้าจะเรียกันกว่า “ระยะเลนส์” ซึ่งจะรู้กันดีว่าตัวเลขระยะเลนส์ยิ่งเยอะ จะยิ่งเบลอหลังได้มาก ตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ 50mm/80mm ขึ้นไป แต่หากว่างบประมาณในการซื้อเลนส์จำกัดก็ลองใช้เป็นวิธีซูมเข้าไปเยอะๆก็จะช่วยได้เหมือนกัน
  4. แบบยิ่งเล็ก ยิ่งเบลอหลังได้มาก : หลักการจะคล้ายกับในข้อ 2 คือถ้าเราถ่ายวัตถุขนาดเล็ก ก็ย่อมเหลือพื้นที่ในเฟรมข้างหลังเยอะช่วยทำให้ด้านหลังมีโอกาสเบลอได้มากขึ้นนั่นเอง ลองเปรียบเทียบง่ายๆด้วยการนำวัตถุ 2 ขนาดมาวางคู่กัน จะเห็นได้ว่าของชิ้นเล็ก ภาพหลังเบลอได้เยอะกว่าอย่างเห็นได้ชัด จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเหล่าบรรดานางแบบหน้าเล็กๆเวลาถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอถึงได้ออกมาสวยชัดเจนขนาดนี้

ทั้งหมดที่แนะนำมานี้คือเทคนิคง่ายๆ ที่ใครๆก็สามารถทำได้ไม่ยุ่งยาก และไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อกล้องราคาแพงๆเพื่อที่จะได้ภาพสวยๆเสมอไปหรอกคะ